Claude Code vs Codex เลือกอะไรดี: เทียบราคา model และงานจริง

สรุปสั้น ๆ

Claude Code กับ Codex ในปี 2026 ทำงานได้ใกล้เคียงกันมาก ผล benchmark จากผู้วัดอิสระห่างกันเพียงไม่กี่จุด ความต่างที่แท้จริงจึงอยู่ที่ราคาและวิธีทำงาน หากทีมมีสัญญา ChatGPT อยู่แล้ว หรือต้องการส่งงานขึ้น cloud ให้ทำขนานกัน ให้เลือก Codex แต่หากงานหลักคือการ refactor ข้ามไฟล์ หรือต้องควบคุมนโยบายจากเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ให้เลือก Claude Code ส่วนทีมที่มีงบประมาณเพียงพอควรใช้ทั้งคู่ โดยให้ตัวหนึ่งรีวิวงานของอีกตัว

ในปี 2025 คำถามนี้ตอบได้ง่าย เพราะ Claude Code กับ Codex ออกแบบมาคนละแนวอย่างชัดเจน แต่เมื่อถึงเดือนสิงหาคม 2026 ทั้งสองพัฒนาความสามารถเข้าหากันจนแทบไม่ต่างกัน ต่างก็มี CLI มี extension สำหรับ IDE มี mode รันบน cloud และมีการรีวิว pull request อัตโนมัติ อีกทั้งยังรองรับ MCP, Skills, Subagents และ Hooks ครบทั้งคู่ คำถามจึงเปลี่ยนจากว่าตัวไหนเก่งกว่า มาเป็นว่าโครงสร้างราคาและวิธีทำงานแบบไหนเข้ากับทีมของคุณมากกว่า

สรุปสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเวลาอ่านทั้งหมด

หากทีมมีสัญญา ChatGPT อยู่แล้ว ให้เริ่มที่ Codex เพราะรวมอยู่ในแพ็กเกจเดิม ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และ mode cloud เหมาะกับการส่งงานหลายชิ้นไปทำพร้อมกัน

หากงานหลักคือการ refactor โค้ดเก่าข้ามหลายสิบไฟล์ ให้เลือก Claude Code ส่วนองค์กรที่ต้องการระบบควบคุมสิทธิ์และงบประมาณรายบุคคลบนเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์เอง ก็ควรเลือก Claude Code เช่นกัน

ข้อควรระวังก่อนอ่านต่อ — ตัวเลข benchmark ที่แต่ละค่ายประกาศเอง คือผลที่วัดและรายงานด้วยตัวเอง ไม่ใช่ผลจากผู้วัดที่เป็นกลาง ในหัวข้อเรื่อง benchmark คุณจะเห็นว่าตัวเลขที่ใช้ในการตลาดของทั้งสองฝั่ง สูงกว่าผลที่ผู้อื่นวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ

Claude Code กับ Codex คืออะไร และรันที่ไหนได้บ้าง

Claude Code คือ agent เขียนโค้ดของ Anthropic ที่อ่านโค้ดได้ทั้งโปรเจกต์ แก้ไฟล์ และรันคำสั่งได้ จุดเด่นคือใช้ engine เดียวกันทุกช่องทาง ไฟล์ CLAUDE.md การตั้งค่า และ MCP server จึงใช้ร่วมกันได้ทุกที่

Codex คือ agent ของ OpenAI ที่ถูกรวมเข้าไปในแอป ChatGPT เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์จึงเข้าถึงได้จากแอปเดิม อีกจุดหนึ่งที่หลายคนไม่ทราบคือ Codex CLI เป็นโอเพนซอร์สภายใต้สัญญาอนุญาต Apache-2.0

ช่องทางClaude CodeCodex
CLImacOS, Linux, WSL, WindowsmacOS, Linux, Windows และเป็นโอเพนซอร์ส
IDEVS Code, Cursor, JetBrainsVS Code และรุ่นที่แยกออกมา รวมถึง JetBrains
เดสก์ท็อปและเว็บแอปแยก, claude.ai/code และมือถือรวมอยู่ในแอป ChatGPT ทุกแพ็กเกจ รวมถึงแพ็กเกจฟรี
รันบน cloudRoutines และคำสั่ง claude --cloudCodex cloud tasks แบบขนาน
รีวิว pull requestมี แต่จำกัดเฉพาะแพ็กเกจ Team และ Enterpriseมี ผ่าน GitHub ด้วยคำสั่ง @codex review

model ที่ใช้ได้ในแต่ละตัว ณ เดือนสิงหาคม 2026

ฝั่ง Claude Code เลือก model ผ่าน alias โดย opus ชี้ไปที่ Opus 5, sonnet ชี้ไปที่ Sonnet 5 และ fable ชี้ไปที่ Fable 5 ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับงานที่ยากที่สุด นอกจากนี้ยังมี mode opusplan ที่ใช้ Opus ตอนวางแผน แล้วสลับไปใช้ Sonnet ตอนลงมือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง

ฝั่ง Codex มีสามรุ่นหลัก ได้แก่ Sol ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดสำหรับงานซับซ้อน Terra สำหรับงานประจำวัน และ Luna ที่ราคาต่ำที่สุด นอกจากนี้ยังมี GPT-5.3 Codex Spark ที่ตอบเร็วเกือบทันที แต่จำกัดเฉพาะผู้ใช้ ChatGPT Pro

หากทีมของคุณยังตั้งค่าเป็น GPT-5.4 หรือ GPT-5.4 mini ต้องย้ายไปใช้ Terra และ Luna ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เพราะสองรุ่นนั้นจะถูกปลดออกจาก Codex สำหรับผู้ที่ล็อกอินด้วยบัญชี ChatGPT โดยยังเรียกใช้ต่อได้ผ่าน OpenAI API และผ่าน session ที่ล็อกอินด้วย API key

ราคาและ limit ตัวไหนถูกกว่ากันจริง

ระดับClaude CodeCodex
ระดับเริ่มต้นราคาประหยัดไม่มีระดับนี้Go 8 ดอลลาร์
รายบุคคลPro 20 ดอลลาร์ หรือ 17 ดอลลาร์เมื่อจ่ายรายปีPlus 20 ดอลลาร์
ใช้งานหนักMax 5x 100 ดอลลาร์ และ Max 20x 200 ดอลลาร์Pro 5x 100 ดอลลาร์ และ 20x 200 ดอลลาร์
ระดับทีมStandard 25 ดอลลาร์ และ Premium 125 ดอลลาร์ต่อที่นั่งBusiness 25 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้

เรื่องที่สำคัญกว่าราคาที่ประกาศคือ ความโปร่งใสของ limit ฝั่ง OpenAI ประกาศตัวเลขไว้ชัดเจน แพ็กเกจ Plus ในรอบ 5 ชั่วโมง ใช้ Sol ได้ 10 ถึง 100 ข้อความ Terra ได้ 25 ถึง 200 ข้อความ และ Luna ได้ 250 ถึง 2,000 ข้อความ เมื่อใช้เกิน limit ก็ยังทำงานต่อได้ด้วยเครดิตที่ซื้อเพิ่มในราคา 0.04 ดอลลาร์ต่อเครดิต

ส่วน Anthropic ไม่ประกาศตัวเลขที่แน่นอน ระบุเพียงว่าเป็นรอบแบบหมุนทุก 5 ชั่วโมง บวกกับ limit รายสัปดาห์ แล้วให้ผู้ใช้ตรวจสอบเองผ่านคำสั่ง /usage นี่คือข้อเสียที่แท้จริงสำหรับผู้บริหารเทคโนโลยีที่ต้องวางงบประมาณล่วงหน้า

ราคาแบบ API เมื่อคิดเป็น token

modelInput ต่อหนึ่งล้าน tokenOutput ต่อหนึ่งล้าน token
Claude Opus 55 ดอลลาร์25 ดอลลาร์
Claude Sonnet 52 ดอลลาร์10 ดอลลาร์
Claude Fable 510 ดอลลาร์50 ดอลลาร์
GPT-5.6 Sol5 ดอลลาร์30 ดอลลาร์
GPT-5.6 Terra2 ดอลลาร์12 ดอลลาร์
GPT-5.6 Luna0.20 ดอลลาร์1.20 ดอลลาร์

จุดที่มักถูกมองข้ามคือ OpenAI คิดเงินเพิ่มเมื่อคำขอเกิน 272,000 token โดยคิด input สองเท่าและ output หนึ่งเท่าครึ่ง ของทั้งคำขอ ขณะที่ Anthropic ให้ context เต็มหนึ่งล้าน token ในราคามาตรฐาน งานที่ต้องอ่านโค้ดขนาดใหญ่จึงสะสมค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง OpenAI เพิ่งลดราคา Luna ลง 80% และ Terra ลง 20% เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ส่วน Sol ราคาเท่าเดิม

ตัวเลขจากการใช้งานจริง — เอกสารของ Anthropic เองระบุว่าค่าใช้จ่ายของ Claude Code ในองค์กรเฉลี่ยประมาณ 13 ดอลลาร์ต่อนักพัฒนาหนึ่งคนต่อวันทำงาน หรือ 150 ถึง 250 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน แปลว่าการสมัครสมาชิกเดือนละ 20 ดอลลาร์แทบไม่พอสำหรับการใช้งานเต็มเวลา

ราคา API ต่อ token และค่า subscription รายเดือนดอลลาร์ต่อหนึ่งล้าน token — แท่งทึบคือ input แท่งจางคือ outputClaude Opus 5in 5 / out 25Claude Sonnet 5in 2 / out 10Claude Fable 5in 10 / out 50GPT-5.6 Solin 5 / out 30GPT-5.6 Terrain 2 / out 12GPT-5.6 Lunain 0.2 / out 1.2subscription รายเดือน (ดอลลาร์)รายบุคคลPro 20Plus 20ใช้หนักMax 100 / 200Pro 100 / 200ทีม ต่อที่นั่งStandard 25 / Premium 125Business 25ระดับเริ่มต้นไม่มีระดับนี้Go 8แถวบนของแต่ละการ์ดคือ Claude Code แถวล่างคือ Codex
เปรียบเทียบราคาต่อหนึ่งล้าน token และค่าสมาชิกรายเดือน

ส่วนขยายและการปรับแต่ง จุดที่ทั้งคู่มีครบเท่ากันแล้วในปี 2026

นี่คือหัวข้อที่ข้อมูลเก่าจากปี 2025 ทำให้เข้าใจผิดมากที่สุด สมัยนั้น Claude Code นำอยู่อย่างชัดเจน แต่ปัจจุบัน Codex ตามมาครบแล้ว โดย Subagents พร้อมใช้งานจริงเมื่อเดือนมีนาคม 2026 และ Hooks เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026

  • ไฟล์คำสั่งประจำโปรเจกต์ — Claude Code ใช้ CLAUDE.md บวกกับ auto memory ที่จำสิ่งที่เรียนรู้ข้าม session ส่วน Codex ใช้ AGENTS.md โดยไฟล์ที่อยู่ใกล้โฟลเดอร์ทำงานที่สุดจะมีน้ำหนักสูงสุด
  • Skills และ Plugins — Codex เก็บของทีมไว้ที่ .agents/skills ใน repository ส่วน Claude Code มี plugin marketplace สำหรับแจกจ่ายชุดเครื่องมือทั้งชุด
  • Subagents — Claude Code มี agent teams ที่รันหลาย session ขนานกันโดยมีตัวประสานงาน ส่วน Codex ให้นิยาม agent เองเป็นไฟล์ TOML แต่จะแบ่งงานย่อยก็ต่อเมื่อคุณสั่งอย่างชัดเจน
  • ระบบสิทธิ์ — Codex แยก sandbox_mode สามระดับ คือ read-only, workspace-write และ danger-full-access ออกจาก approval_policy องค์กรบังคับใช้ทุกเครื่องได้ผ่านไฟล์ requirements.toml

ความต่างที่ยังเหลืออยู่มีสามข้อ และทั้งสามข้อเป็นของ Claude Code ได้แก่ Agent SDK ที่ให้สร้าง agent ของตัวเองได้ Routines ที่รันตามตารางเวลาบน cloud แม้ปิดเครื่องไปแล้ว และ Claude apps gateway ที่องค์กรโฮสต์เอง เพื่อบังคับนโยบายและเพดานค่าใช้จ่ายรายบุคคลจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์

ส่วนขยายและระบบสิทธิ์ — ปี 2026 ทั้งคู่มีครบแล้วข้อมูลจากปี 2025 ที่บอกว่า Claude Code นำขาดเรื่องนี้ ใช้ไม่ได้แล้วClaude CodeCodexไฟล์คำสั่งประจำโปรเจกต์CLAUDE.md + auto memoryAGENTS.md ใกล้สุดชนะSkills / Pluginsplugin marketplace.agents/skills ในรีโปSubagentsagent teams ขนานนิยามด้วย TOMLMCPมีมีHooksมีมี ตั้งแต่พฤษภาคม 2026ระบบ sandboxmode สิทธิ์ในตัวsandbox 3 ระดับแยกจาก approvalบังคับนโยบายทั้งองค์กรgateway ที่โฮสต์เอง + เพดานงบรายคนrequirements.tomlรันตามตารางบน cloudRoutinesไม่มีที่เทียบตรงSDK สร้าง agent เองAgent SDKไม่มีที่เทียบตรง
ตารางเทียบส่วนขยายและระบบสิทธิ์ของทั้งสองเครื่องมือ

ตัวเลข benchmark ที่แท้จริง และใครเป็นคนวัด

นี่คือหัวข้อที่ถูกอ้างผิดกันมากที่สุด ข้อค้นพบสำคัญคือ ตัวเลขที่ใช้ในการตลาดของทั้งสองฝั่งสูงกว่าผลที่วัดได้จริงบน leaderboard สาธารณะ

การวัดฝั่ง OpenAIฝั่ง Anthropic
Terminal-Bench 2.1 leaderboard ทางการ ซึ่งยังไม่มีรุ่นล่าสุดของทั้งสองค่ายCodex กับ GPT-5.5 ได้ 83.1% และ Terra ได้ 78.4%Claude Code กับ Fable 5 ได้ 83.8% และ Opus 4.8 ได้ 78.9%
SWE-rebench ผู้วัดอิสระ 15 พฤษภาคม ถึง 1 กรกฎาคม 2026GPT-5.6 Sol ได้ 62.3%Fable 5 ได้ 64.5% และ Opus 5 ได้ 63.4%
Artificial Analysis Coding Agent Index ผู้วัดอิสระSol ได้ 80Fable 5 ได้ 77.2
ตัวเลขที่ผู้ผลิตประกาศเองSol อ้าง Terminal-Bench 88.8%ไม่ให้ตัวเลข SWE-bench โดยตรงในประกาศของ Opus 5

จุดที่ต้องระวังที่สุด — OpenAI อ้างในหน้าการตลาดว่า Terra ทำ Terminal-Bench ได้ 87.4% แต่ผลที่ OpenAI ส่งเข้า leaderboard ทางการเองอยู่ที่ 78.4% ซึ่งต่ำกว่าถึง 9 จุดเต็ม ฝั่ง Anthropic ก็ไม่ต่างกัน เพราะ Fable 5 วัดได้ 83.8% เทียบกับ 86.0% ที่ถูกอ้างในตารางเปรียบเทียบ จึงควรหักลบตัวเลขการตลาดของทั้งสองฝั่งเสมอ

อีกเรื่องที่ควรทราบคือ ประกาศเปิดตัว Opus 5 เลือกบรรยายผลเชิงคุณภาพ แทนที่จะให้ตัวเลข SWE-bench โดยตรง ส่วน system card ของ GPT-5.6 ก็ไม่มี benchmark ด้านโค้ดเลย ทั้งสองบริษัทจึงเลือกเผยแพร่เฉพาะการวัดที่ตัวเองนำอยู่ แต่เมื่อดูจากการวัดอิสระ ทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่จุด และผลสลับกันได้ตามผู้วัด

คะแนน benchmark พร้อมผู้วัดและวันที่ตัวเลขที่ผู้ผลิตประกาศเองสูงกว่าผลที่วัดจริงเสมอ — ดูว่าใครวัดก่อนเชื่อTerminal-Bench 2.1 — leaderboard ทางการClaude Code + Fable 583.8%Codex + GPT-5.583.1%Claude Code + Opus 4.878.9%Codex + Terra78.4%SWE-rebench — ผู้วัดอิสระ 15 พฤษภาคม ถึง 1 กรกฎาคม 2026Fable 564.5%Opus 563.4%GPT-5.6 Sol62.3%Artificial Analysis Coding Agent Index — อิสระSol80.0%Fable 577.2%ตัวเลขการตลาด: Sol อ้าง Terminal-Bench 88.8% ซึ่งสูงกว่าผลบน leaderboard ทางการ
ตัวเลขการตลาดเทียบกับผลที่วัดได้จริงบน leaderboard สาธารณะ

ความปลอดภัยและการใช้งานระดับองค์กร

การนำโค้ดไปเทรน แพ็กเกจสำหรับธุรกิจของทั้งสองบริษัทไม่นำข้อมูลไปเทรนตั้งแต่ค่าเริ่มต้น แต่ฝั่งผู้ใช้ทั่วไปต่างกันอย่างชัดเจน Anthropic ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นไม่เทรน ผู้ใช้ต้องเปิดเอง ส่วน OpenAI ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นเทรน ผู้ใช้ต้องปิดเอง หากทีมของคุณใช้แพ็กเกจส่วนตัวทำงานบริษัท ข้อนี้สำคัญมาก

Zero Data Retention ทั้งสองมีให้ในระดับองค์กรและต้องขออนุมัติล่วงหน้า แต่ฝั่ง Anthropic มีต้นทุนแฝงหนักกว่าที่หลายคนคิด องค์กรที่เปิด Zero Data Retention จะใช้ Claude Code บนเว็บ, session บน cloud, Artifacts, Remote Control และ Code Review ไม่ได้ อีกทั้งยังใช้ model Fable 5 ไม่ได้ด้วย

ใบรับรอง OpenAI ประกาศไว้กว้างกว่า ทั้ง SOC 2 Type 2, ISO 27001, 27017, 27018, 27701, 42001, PCI DSS และ FedRAMP 20x Moderate ส่วน Anthropic ประกาศ SOC 2, ISO 27001:2022, ISO 42001:2023 และพร้อมทำ BAA ตาม HIPAA แต่ Anthropic ไปถึง FedRAMP High ได้ผ่าน Claude for Government และ Bedrock GovCloud ซึ่ง OpenAI ไม่มีบนผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

มีสองข้อที่มักถูกมองข้าม ข้อแรก เอกสารของ Anthropic ระบุว่า Claude Code ไม่อยู่ในขอบเขตความพร้อมด้าน HIPAA ข้อที่สอง บทสนทนาที่ถูกตั้งค่าสถานะด้านความปลอดภัยจะถูกเก็บได้นานถึงสองปี ไม่ว่าคุณจะตั้งค่าอย่างไรก็ตาม

ทางเลือกการรันและการควบคุมความปลอดภัย

หัวข้อนี้ต้องแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย เพราะทั้งคู่ยืดหยุ่นคนละแบบ Codex CLI เป็นโอเพนซอร์ส จึงชี้ไปที่ Azure OpenAI หรือ endpoint ใดก็ได้ที่รองรับ Responses API ส่วน Claude Code รันผ่าน Bedrock, Google Cloud และ Microsoft Foundry ได้เป็นทางการ แต่ไม่มีตัวใดทำงานแบบตัดขาดจากเครือข่ายได้จริง

  • ข้อดีของ Codex — ปิดการเข้าถึงเครือข่ายเป็นค่าเริ่มต้นในทุกสภาพแวดล้อม และบน cloud จะลบ secret ทิ้งก่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่ agent ทำงาน
  • ข้อเสียของ Codex — รายงานของ PromptArmor เดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่าค่าเริ่มต้นเน้นความสะดวกมากกว่าความปลอดภัย และ Codex ที่รันบนเครื่องไม่มีบันทึกผ่าน Compliance API
  • ข้อเสียของ Claude Code — เอกสารของ Anthropic เองระบุว่า sandbox อนุญาตให้อ่านทั้งเครื่องเป็นค่าเริ่มต้น รวมถึง ~/.aws/credentials และตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2026 auto mode กลายเป็นค่าเริ่มต้นบนแพ็กเกจ Pro, Max และ Team

ความต่างในงานจริง

  1. การ refactor ยาวข้ามหลายไฟล์ — Claude Code ได้เปรียบจาก context หนึ่งล้าน token ในราคามาตรฐาน บวกกับ mode opusplan ที่วางแผนด้วย model ใหญ่ แล้วลงมือด้วย model ที่ราคาถูกกว่า
  2. งานใหม่ที่เริ่มจากศูนย์ — ทั้งคู่ทำได้ใกล้เคียงกัน ความต่างคือ Codex มีแนวโน้มแก้ไฟล์ข้างเคียงที่ประเมินว่าควรอัปเดตด้วย ทำให้ diff กว้างและใช้เวลารีวิวนานขึ้น
  3. งานขนานหลายชิ้นพร้อมกัน — Codex ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้ตั้งแต่ต้น ฝั่ง Claude Code มี agent teams แต่เอกสารเตือนว่าใช้ token ราว 7 เท่าของ session ปกติ
  4. การรีวิว pull request — Claude Code Review ยังเป็น research preview จำกัดเฉพาะแพ็กเกจ Team และ Enterprise คิดเงินแยกเฉลี่ย 15 ถึง 25 ดอลลาร์ต่อครั้ง ฝั่ง Codex เปิดกว้างกว่า
  5. คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ — Codex ได้เปรียบชัดเจน เพราะอยู่ในแอปเดียวกับที่ทีมการตลาดหรือ product manager ใช้อยู่แล้ว

จุดอ่อนที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ในปี 2026 ทั้งสองฝั่งถูกวิจารณ์เรื่อง limit หนักไม่แพ้กัน ฝั่ง Anthropic มีรายงานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 ว่าผู้ใช้ถูกลด limit ลงหลังปีใหม่ ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าเป็นเพราะโบนัสช่วงวันหยุดหมดอายุ ส่วนฝั่ง OpenAI ก็ถูกวิจารณ์ในลักษณะเดียวกันหลังปรับระบบ limit เมื่อเดือนเมษายน 2026

  • จุดอ่อนของ Claude Code — ไม่ประกาศตัวเลข limit ที่แน่นอน ทำให้วางงบประมาณได้ยาก, การเปิด Zero Data Retention ตัดฟีเจอร์และ model ออกไปหลายอย่าง, ไม่อยู่ในขอบเขต HIPAA และ model Opus มีค่าใช้จ่ายสูงหากตั้งเป็นค่าเริ่มต้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • จุดอ่อนของ Codex — ค่าเริ่มต้นเน้นความสะดวกจนองค์กรต้องตั้งค่าเองก่อนใช้จริง, ไม่มีบันทึกตรวจสอบสำหรับการใช้งานบนเครื่อง, คิดค่า context ยาวเพิ่ม และชื่อรุ่นกับแพ็กเกจเปลี่ยนบ่อย

ตารางช่วยตัดสินใจ ควรเลือกอะไร

สถานการณ์ของคุณคำแนะนำ
ทีมมีสัญญา ChatGPT Business อยู่แล้ว และต้องการให้ทุกคนเข้าถึงได้เลือก Codex
ต้องการส่งงานหลายชิ้นไปทำขนานกันบน cloud แล้วกลับมาดูภายหลังเลือก Codex
มีคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ในทีมที่ต้องใช้ด้วยเลือก Codex
ต้องชี้ agent ไปที่ Azure OpenAI หรือ endpoint ของตัวเองเลือก Codex
งานหลักคือการ refactor โค้ดเก่าข้ามหลายสิบไฟล์เลือก Claude Code
ต้องควบคุมนโยบายและงบประมาณรายบุคคลจากเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์เองเลือก Claude Code
ต้องการ FedRAMP High หรือรันผ่าน Bedrock GovCloudเลือก Claude Code
งบประมาณเกิน 300 ดอลลาร์ต่อนักพัฒนาต่อเดือนใช้ทั้งคู่ โดยให้ตัวหนึ่งเขียน อีกตัวรีวิว

คำแนะนำสุดท้ายแบบตรงไปตรงมาคือ อย่าตัดสินใจจาก benchmark แต่ให้ดูสามข้อนี้แทน ข้อแรก คุณจ่ายค่าสมาชิกตัวไหนอยู่แล้ว ข้อที่สอง องค์กรยอมให้โค้ดออกไปที่ไหนได้บ้าง ข้อที่สาม งานส่วนใหญ่ของทีมเป็นการแก้ของเดิมหรือสร้างของใหม่

เลือกอะไรดีงบเกิน 300 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือนไหมใช่ไม่ใช้ทั้งคู่ให้ตัวหนึ่งเขียน อีกตัวรีวิวงานหลักคืออะไรClaude Coderefactor โค้ดเก่าข้ามหลายสิบไฟล์ต้องควบคุมนโยบายและงบจากเซิร์ฟเวอร์เองต้องการ FedRAMP High หรือ Bedrock GovCloudCodexมีสัญญา ChatGPT Business อยู่แล้วอยากโยนงานขนานบน cloudมีคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ต้องใช้ด้วยต้องชี้ไป Azure OpenAI หรือ endpoint เองทั้งสองตัวทำงานได้ใกล้เคียงกันในปี 2026 ตัวตัดสินจริงคือสัญญาที่มีอยู่ ข้อกำหนดด้าน compliance และรูปแบบงานถ้าเลือกไม่ถูก ให้เริ่มจากตัวที่ทีมมีสัญญาอยู่แล้ว แล้ววัดผลจริงหนึ่งเดือน
แผนผังช่วยตัดสินใจว่าควรเลือก Claude Code, Codex หรือใช้ทั้งคู่

คำถามที่พบบ่อย

Claude Code กับ Codex ตัวไหนถูกกว่ากัน
ราคาเริ่มต้นเท่ากันที่ 20 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่ Codex มีระดับ Go ที่ 8 ดอลลาร์ซึ่ง Claude ไม่มี และ model Luna คิดค่า input 0.20 ดอลลาร์ กับ output 1.20 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้าน token ซึ่งถูกกว่ารุ่นเล็กที่สุดของ Anthropic อีกด้านหนึ่ง Anthropic ให้ context หนึ่งล้าน token ในราคามาตรฐาน ขณะที่ OpenAI คิดเงินเพิ่มเมื่อเกิน 272,000 token งานที่ต้องอ่านโค้ดขนาดใหญ่จึงอาจถูกกว่าเมื่อใช้ฝั่ง Claude
ตัวไหนทำงานได้ดีกว่ากันจริง ๆ
บนการวัดอิสระของเดือนสิงหาคม 2026 ทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่จุด และผลสลับกันได้ตามผู้วัด SWE-rebench ให้ฝั่ง Claude นำเล็กน้อย ส่วน Artificial Analysis ให้ Sol นำด้านโค้ด ที่สำคัญกว่านั้นคือตัวเลขที่ใช้ในการตลาดของทั้งสองฝั่งสูงกว่าผลที่วัดได้จริง จึงไม่ควรใช้ benchmark เป็นเหตุผลหลักในการเลือก
ใช้ทั้งสองตัวพร้อมกันได้หรือไม่
ได้ และหลายทีมก็ทำแบบนั้นจริง รูปแบบที่นิยมคือให้ตัวหนึ่งเขียนโค้ด อีกตัวรีวิวก่อน merge เพราะ model จากคนละค่ายมองเห็น bug คนละแบบ ข้อควรระวังคือค่าใช้จ่ายรวมจะสูงเกิน 300 ดอลลาร์ต่อนักพัฒนาต่อเดือนได้ง่าย และต้องดูแลไฟล์คำสั่งสองชุด คือ CLAUDE.md กับ AGENTS.md ให้ตรงกัน
ทีมขนาดเล็กสามถึงห้าคนควรเลือกอะไร
เริ่มที่ตัวที่ทีมจ่ายอยู่แล้ว หากมี ChatGPT อยู่แล้วให้ใช้ Codex ก่อนเพราะไม่ต้องจ่ายซ้ำ แต่หากเริ่มจากศูนย์และงานหลักคือการแก้ระบบเดิม ให้เลือก Claude Code ระดับ Pro แล้วอัปเกรดเป็น Max เมื่อชน limit อย่าเพิ่งซื้อแพ็กเกจทีมจนกว่าจะรู้ว่าใครใช้จริงบ้าง เพราะทั้งสองบริษัทคิดเงินต่อที่นั่ง
โค้ดของบริษัทจะรั่วไหลหรือไม่ ปลอดภัยเพียงใด
แพ็กเกจสำหรับธุรกิจของทั้งสองบริษัทไม่นำข้อมูลไปเทรนตั้งแต่ค่าเริ่มต้น แต่แพ็กเกจผู้ใช้ทั่วไปต่างกัน ฝั่ง Anthropic ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นไม่เทรน ส่วน OpenAI ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นเทรนและผู้ใช้ต้องปิดเอง หากทีมใช้แพ็กเกจส่วนตัวทำงานบริษัทต้องตรวจข้อนี้ทันที และอย่าลืมว่าการไม่เทรนกับการไม่เก็บข้อมูลเลยเป็นคนละเรื่องกัน
หากองค์กรห้ามส่งโค้ดออกนอก cloud ที่มีสัญญาอยู่ ต้องทำอย่างไร
ทั้งคู่มีทางออกคนละแบบ Claude Code รันผ่าน Amazon Bedrock, Google Cloud และ Microsoft Foundry ได้เป็นทางการ และมี gateway ที่คุณโฮสต์เองเพื่อบังคับนโยบาย ส่วน Codex CLI เป็นโอเพนซอร์สและชี้ไปที่ Azure OpenAI ได้ ข้อที่ควรทราบคือไม่มีตัวใดทำงานแบบตัดขาดจากเครือข่ายได้จริง
คนที่ไม่ได้เขียนโค้ดในทีมใช้ตัวไหนง่ายกว่ากัน
Codex ง่ายกว่าอย่างชัดเจน เพราะถูกรวมเข้าไปในแอป ChatGPT ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 และเปิดใช้ได้ทุกแพ็กเกจ รวมถึงแพ็กเกจฟรี ทีมการตลาดหรือ product manager จึงเปิดใช้จากแอปเดิมได้ทันที ส่วน Claude Code มีแอปเดสก์ท็อปและเว็บที่ช่วยได้ แต่ประสบการณ์ใช้งานยังออกแบบมาเพื่อนักพัฒนาเป็นหลัก

แหล่งอ้างอิง

ทุกตัวเลขและข้อเท็จจริงในบทความนี้ตรวจสอบกับแหล่งด้านล่างเมื่อ 21 สิงหาคม 2026 หากผู้ให้บริการเปลี่ยนราคาหรือฟีเจอร์หลังจากนั้น ให้ยึดตามหน้าต้นทาง

  1. code.claude.com/docs/…/overviewช่องทางใช้งานและส่วนขยายของ Claude Code
  2. claude.com/pricingราคาแพ็กเกจ Free, Pro, Max, Team และ Enterprise
  3. platform.claude.com/docs/…/pricingราคา API ต่อหนึ่งล้าน token ทุก model ของ Claude
  4. code.claude.com/docs/…/model-configmodel และ alias ที่ใช้ได้ใน Claude Code
  5. code.claude.com/docs/…/costsค่าใช้จ่ายจริงต่อนักพัฒนา limit และ agent teams
  6. code.claude.com/docs/…/code-reviewเงื่อนไขแพ็กเกจและราคา 15 ถึง 25 ดอลลาร์ต่อการรีวิวหนึ่งครั้ง
  7. code.claude.com/docs/…/data-usageค่าเริ่มต้นเรื่องการเทรนและระยะเวลาเก็บข้อมูล
  8. code.claude.com/docs/…/zero-data-retentionฟีเจอร์และ model ที่ Zero Data Retention ตัดออก
  9. code.claude.com/docs/…/sandboxingข้อจำกัดของ sandbox ที่ Anthropic ระบุเอง
  10. code.claude.com/docs/…/permission-modesauto mode เป็นค่าเริ่มต้นตั้งแต่ 14 สิงหาคม 2026
  11. code.claude.com/docs/…/claude-apps-gatewaygateway ที่องค์กรโฮสต์เอง
  12. platform.claude.com/docs/…/api-and-data-retentionClaude Code ไม่อยู่ในขอบเขต HIPAA
  13. privacy.claude.com/en/…/10015870-what-certifications-has-anthropic-obtainedใบรับรองของ Anthropic
  14. anthropic.com/news/claude-opus-5ประกาศ Opus 5 วันที่ 24 กรกฎาคม 2026
  15. learn.chatgpt.com/docs/pricingราคาแพ็กเกจ ChatGPT limit ต่อ 5 ชั่วโมง และค่าเครดิต
  16. learn.chatgpt.com/docs/modelsรุ่น Sol, Terra, Luna, Spark และวันปลดระวาง
  17. learn.chatgpt.com/docs/agent-approvals-securitysandbox mode และ approval policy ของ Codex
  18. developers.openai.com/api/…/pricingราคา API ของ GPT-5.6
  19. developers.openai.com/api/…/gpt-5.6-solเกณฑ์คิดเงิน context ยาวที่ 272,000 token
  20. github.com/openai/codexCodex CLI เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ Apache-2.0
  21. trust.openai.comใบรับรองและสถานะ FedRAMP ของ OpenAI
  22. tbench.ai/leaderboard/…/2.1leaderboard Terminal-Bench 2.1 ทางการ
  23. swe-rebench.comSWE-rebench ผู้วัดอิสระ พฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2026
  24. artificialanalysis.ai/articles/gpt-5-6-has-landedCoding Agent Index ผู้วัดอิสระ วันที่ 9 กรกฎาคม 2026
  25. deploymentsafety.openai.com/gpt-5-6system card ของ GPT-5.6 ที่ไม่มี benchmark ด้านโค้ด
  26. promptarmor.com/resources/configuring-codex-securely-across-every-platform-and-use-caseปัญหาค่าเริ่มต้นของ Codex เดือนพฤษภาคม 2026
  27. theregister.com/2026/…/claude_devs_usage_limitsเสียงวิจารณ์เรื่อง limit เดือนมกราคม 2026

อ้างอิงบทความนี้

ถ้าคุณหรือ AI Assistant นำเนื้อหาจากหน้านี้ไปใช้ต่อ ขอความกรุณาอ้างอิงตามรูปแบบนี้

ทีมวิศวกรรม Nexion. "Claude Code vs Codex เลือกอะไรดี: เทียบราคา model และงานจริง". Nexion Co., Ltd, 13 สิงหาคม 2026. https://www.nexion.co.th/articles/claude-code-vs-codex

เวอร์ชันข้อความล้วนสำหรับเครื่องอ่าน: /articles/claude-code-vs-codex.md · /llms.txt

Software Engineer Of Nexion

เราออกแบบ พัฒนา และดูแลระบบ AI ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง และโครงสร้างพื้นฐาน cloud ให้ธุรกิจทั่วประเทศไทย

อยากให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นจริงในธุรกิจคุณไหม?

เราเปลี่ยนสิ่งที่เขียนไว้ในบทความ ให้กลายเป็นระบบที่ขึ้นใช้งานจริงและอยู่ได้ยาว

คุยกับทีมของเรา