Claude Code vs Codex เลือกอะไรดี: เทียบราคา model และงานจริง
สรุปสั้น ๆ
Claude Code กับ Codex ในปี 2026 ทำงานได้ใกล้เคียงกันมาก ผล benchmark จากผู้วัดอิสระห่างกันเพียงไม่กี่จุด ความต่างที่แท้จริงจึงอยู่ที่ราคาและวิธีทำงาน หากทีมมีสัญญา ChatGPT อยู่แล้ว หรือต้องการส่งงานขึ้น cloud ให้ทำขนานกัน ให้เลือก Codex แต่หากงานหลักคือการ refactor ข้ามไฟล์ หรือต้องควบคุมนโยบายจากเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ให้เลือก Claude Code ส่วนทีมที่มีงบประมาณเพียงพอควรใช้ทั้งคู่ โดยให้ตัวหนึ่งรีวิวงานของอีกตัว
ในปี 2025 คำถามนี้ตอบได้ง่าย เพราะ Claude Code กับ Codex ออกแบบมาคนละแนวอย่างชัดเจน แต่เมื่อถึงเดือนสิงหาคม 2026 ทั้งสองพัฒนาความสามารถเข้าหากันจนแทบไม่ต่างกัน ต่างก็มี CLI มี extension สำหรับ IDE มี mode รันบน cloud และมีการรีวิว pull request อัตโนมัติ อีกทั้งยังรองรับ MCP, Skills, Subagents และ Hooks ครบทั้งคู่ คำถามจึงเปลี่ยนจากว่าตัวไหนเก่งกว่า มาเป็นว่าโครงสร้างราคาและวิธีทำงานแบบไหนเข้ากับทีมของคุณมากกว่า
สรุปสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเวลาอ่านทั้งหมด
หากทีมมีสัญญา ChatGPT อยู่แล้ว ให้เริ่มที่ Codex เพราะรวมอยู่ในแพ็กเกจเดิม ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และ mode cloud เหมาะกับการส่งงานหลายชิ้นไปทำพร้อมกัน
หากงานหลักคือการ refactor โค้ดเก่าข้ามหลายสิบไฟล์ ให้เลือก Claude Code ส่วนองค์กรที่ต้องการระบบควบคุมสิทธิ์และงบประมาณรายบุคคลบนเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์เอง ก็ควรเลือก Claude Code เช่นกัน
ข้อควรระวังก่อนอ่านต่อ — ตัวเลข benchmark ที่แต่ละค่ายประกาศเอง คือผลที่วัดและรายงานด้วยตัวเอง ไม่ใช่ผลจากผู้วัดที่เป็นกลาง ในหัวข้อเรื่อง benchmark คุณจะเห็นว่าตัวเลขที่ใช้ในการตลาดของทั้งสองฝั่ง สูงกว่าผลที่ผู้อื่นวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ
Claude Code กับ Codex คืออะไร และรันที่ไหนได้บ้าง
Claude Code คือ agent เขียนโค้ดของ Anthropic ที่อ่านโค้ดได้ทั้งโปรเจกต์ แก้ไฟล์ และรันคำสั่งได้ จุดเด่นคือใช้ engine เดียวกันทุกช่องทาง ไฟล์ CLAUDE.md การตั้งค่า และ MCP server จึงใช้ร่วมกันได้ทุกที่
Codex คือ agent ของ OpenAI ที่ถูกรวมเข้าไปในแอป ChatGPT เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์จึงเข้าถึงได้จากแอปเดิม อีกจุดหนึ่งที่หลายคนไม่ทราบคือ Codex CLI เป็นโอเพนซอร์สภายใต้สัญญาอนุญาต Apache-2.0
| ช่องทาง | Claude Code | Codex |
|---|---|---|
| CLI | macOS, Linux, WSL, Windows | macOS, Linux, Windows และเป็นโอเพนซอร์ส |
| IDE | VS Code, Cursor, JetBrains | VS Code และรุ่นที่แยกออกมา รวมถึง JetBrains |
| เดสก์ท็อปและเว็บ | แอปแยก, claude.ai/code และมือถือ | รวมอยู่ในแอป ChatGPT ทุกแพ็กเกจ รวมถึงแพ็กเกจฟรี |
| รันบน cloud | Routines และคำสั่ง claude --cloud | Codex cloud tasks แบบขนาน |
| รีวิว pull request | มี แต่จำกัดเฉพาะแพ็กเกจ Team และ Enterprise | มี ผ่าน GitHub ด้วยคำสั่ง @codex review |
model ที่ใช้ได้ในแต่ละตัว ณ เดือนสิงหาคม 2026
ฝั่ง Claude Code เลือก model ผ่าน alias โดย opus ชี้ไปที่ Opus 5, sonnet ชี้ไปที่ Sonnet 5 และ fable ชี้ไปที่ Fable 5 ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับงานที่ยากที่สุด นอกจากนี้ยังมี mode opusplan ที่ใช้ Opus ตอนวางแผน แล้วสลับไปใช้ Sonnet ตอนลงมือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง
ฝั่ง Codex มีสามรุ่นหลัก ได้แก่ Sol ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดสำหรับงานซับซ้อน Terra สำหรับงานประจำวัน และ Luna ที่ราคาต่ำที่สุด นอกจากนี้ยังมี GPT-5.3 Codex Spark ที่ตอบเร็วเกือบทันที แต่จำกัดเฉพาะผู้ใช้ ChatGPT Pro
หากทีมของคุณยังตั้งค่าเป็น GPT-5.4 หรือ GPT-5.4 mini ต้องย้ายไปใช้ Terra และ Luna ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เพราะสองรุ่นนั้นจะถูกปลดออกจาก Codex สำหรับผู้ที่ล็อกอินด้วยบัญชี ChatGPT โดยยังเรียกใช้ต่อได้ผ่าน OpenAI API และผ่าน session ที่ล็อกอินด้วย API key
ราคาและ limit ตัวไหนถูกกว่ากันจริง
| ระดับ | Claude Code | Codex |
|---|---|---|
| ระดับเริ่มต้นราคาประหยัด | ไม่มีระดับนี้ | Go 8 ดอลลาร์ |
| รายบุคคล | Pro 20 ดอลลาร์ หรือ 17 ดอลลาร์เมื่อจ่ายรายปี | Plus 20 ดอลลาร์ |
| ใช้งานหนัก | Max 5x 100 ดอลลาร์ และ Max 20x 200 ดอลลาร์ | Pro 5x 100 ดอลลาร์ และ 20x 200 ดอลลาร์ |
| ระดับทีม | Standard 25 ดอลลาร์ และ Premium 125 ดอลลาร์ต่อที่นั่ง | Business 25 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ |
เรื่องที่สำคัญกว่าราคาที่ประกาศคือ ความโปร่งใสของ limit ฝั่ง OpenAI ประกาศตัวเลขไว้ชัดเจน แพ็กเกจ Plus ในรอบ 5 ชั่วโมง ใช้ Sol ได้ 10 ถึง 100 ข้อความ Terra ได้ 25 ถึง 200 ข้อความ และ Luna ได้ 250 ถึง 2,000 ข้อความ เมื่อใช้เกิน limit ก็ยังทำงานต่อได้ด้วยเครดิตที่ซื้อเพิ่มในราคา 0.04 ดอลลาร์ต่อเครดิต
ส่วน Anthropic ไม่ประกาศตัวเลขที่แน่นอน ระบุเพียงว่าเป็นรอบแบบหมุนทุก 5 ชั่วโมง บวกกับ limit รายสัปดาห์ แล้วให้ผู้ใช้ตรวจสอบเองผ่านคำสั่ง /usage นี่คือข้อเสียที่แท้จริงสำหรับผู้บริหารเทคโนโลยีที่ต้องวางงบประมาณล่วงหน้า
ราคาแบบ API เมื่อคิดเป็น token
| model | Input ต่อหนึ่งล้าน token | Output ต่อหนึ่งล้าน token |
|---|---|---|
| Claude Opus 5 | 5 ดอลลาร์ | 25 ดอลลาร์ |
| Claude Sonnet 5 | 2 ดอลลาร์ | 10 ดอลลาร์ |
| Claude Fable 5 | 10 ดอลลาร์ | 50 ดอลลาร์ |
| GPT-5.6 Sol | 5 ดอลลาร์ | 30 ดอลลาร์ |
| GPT-5.6 Terra | 2 ดอลลาร์ | 12 ดอลลาร์ |
| GPT-5.6 Luna | 0.20 ดอลลาร์ | 1.20 ดอลลาร์ |
จุดที่มักถูกมองข้ามคือ OpenAI คิดเงินเพิ่มเมื่อคำขอเกิน 272,000 token โดยคิด input สองเท่าและ output หนึ่งเท่าครึ่ง ของทั้งคำขอ ขณะที่ Anthropic ให้ context เต็มหนึ่งล้าน token ในราคามาตรฐาน งานที่ต้องอ่านโค้ดขนาดใหญ่จึงสะสมค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง OpenAI เพิ่งลดราคา Luna ลง 80% และ Terra ลง 20% เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ส่วน Sol ราคาเท่าเดิม
ตัวเลขจากการใช้งานจริง — เอกสารของ Anthropic เองระบุว่าค่าใช้จ่ายของ Claude Code ในองค์กรเฉลี่ยประมาณ 13 ดอลลาร์ต่อนักพัฒนาหนึ่งคนต่อวันทำงาน หรือ 150 ถึง 250 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน แปลว่าการสมัครสมาชิกเดือนละ 20 ดอลลาร์แทบไม่พอสำหรับการใช้งานเต็มเวลา
ส่วนขยายและการปรับแต่ง จุดที่ทั้งคู่มีครบเท่ากันแล้วในปี 2026
นี่คือหัวข้อที่ข้อมูลเก่าจากปี 2025 ทำให้เข้าใจผิดมากที่สุด สมัยนั้น Claude Code นำอยู่อย่างชัดเจน แต่ปัจจุบัน Codex ตามมาครบแล้ว โดย Subagents พร้อมใช้งานจริงเมื่อเดือนมีนาคม 2026 และ Hooks เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026
- ไฟล์คำสั่งประจำโปรเจกต์ — Claude Code ใช้ CLAUDE.md บวกกับ auto memory ที่จำสิ่งที่เรียนรู้ข้าม session ส่วน Codex ใช้ AGENTS.md โดยไฟล์ที่อยู่ใกล้โฟลเดอร์ทำงานที่สุดจะมีน้ำหนักสูงสุด
- Skills และ Plugins — Codex เก็บของทีมไว้ที่ .agents/skills ใน repository ส่วน Claude Code มี plugin marketplace สำหรับแจกจ่ายชุดเครื่องมือทั้งชุด
- Subagents — Claude Code มี agent teams ที่รันหลาย session ขนานกันโดยมีตัวประสานงาน ส่วน Codex ให้นิยาม agent เองเป็นไฟล์ TOML แต่จะแบ่งงานย่อยก็ต่อเมื่อคุณสั่งอย่างชัดเจน
- ระบบสิทธิ์ — Codex แยก
sandbox_modeสามระดับ คือ read-only, workspace-write และ danger-full-access ออกจากapproval_policyองค์กรบังคับใช้ทุกเครื่องได้ผ่านไฟล์ requirements.toml
ความต่างที่ยังเหลืออยู่มีสามข้อ และทั้งสามข้อเป็นของ Claude Code ได้แก่ Agent SDK ที่ให้สร้าง agent ของตัวเองได้ Routines ที่รันตามตารางเวลาบน cloud แม้ปิดเครื่องไปแล้ว และ Claude apps gateway ที่องค์กรโฮสต์เอง เพื่อบังคับนโยบายและเพดานค่าใช้จ่ายรายบุคคลจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์
ตัวเลข benchmark ที่แท้จริง และใครเป็นคนวัด
นี่คือหัวข้อที่ถูกอ้างผิดกันมากที่สุด ข้อค้นพบสำคัญคือ ตัวเลขที่ใช้ในการตลาดของทั้งสองฝั่งสูงกว่าผลที่วัดได้จริงบน leaderboard สาธารณะ
| การวัด | ฝั่ง OpenAI | ฝั่ง Anthropic |
|---|---|---|
| Terminal-Bench 2.1 leaderboard ทางการ ซึ่งยังไม่มีรุ่นล่าสุดของทั้งสองค่าย | Codex กับ GPT-5.5 ได้ 83.1% และ Terra ได้ 78.4% | Claude Code กับ Fable 5 ได้ 83.8% และ Opus 4.8 ได้ 78.9% |
| SWE-rebench ผู้วัดอิสระ 15 พฤษภาคม ถึง 1 กรกฎาคม 2026 | GPT-5.6 Sol ได้ 62.3% | Fable 5 ได้ 64.5% และ Opus 5 ได้ 63.4% |
| Artificial Analysis Coding Agent Index ผู้วัดอิสระ | Sol ได้ 80 | Fable 5 ได้ 77.2 |
| ตัวเลขที่ผู้ผลิตประกาศเอง | Sol อ้าง Terminal-Bench 88.8% | ไม่ให้ตัวเลข SWE-bench โดยตรงในประกาศของ Opus 5 |
จุดที่ต้องระวังที่สุด — OpenAI อ้างในหน้าการตลาดว่า Terra ทำ Terminal-Bench ได้ 87.4% แต่ผลที่ OpenAI ส่งเข้า leaderboard ทางการเองอยู่ที่ 78.4% ซึ่งต่ำกว่าถึง 9 จุดเต็ม ฝั่ง Anthropic ก็ไม่ต่างกัน เพราะ Fable 5 วัดได้ 83.8% เทียบกับ 86.0% ที่ถูกอ้างในตารางเปรียบเทียบ จึงควรหักลบตัวเลขการตลาดของทั้งสองฝั่งเสมอ
อีกเรื่องที่ควรทราบคือ ประกาศเปิดตัว Opus 5 เลือกบรรยายผลเชิงคุณภาพ แทนที่จะให้ตัวเลข SWE-bench โดยตรง ส่วน system card ของ GPT-5.6 ก็ไม่มี benchmark ด้านโค้ดเลย ทั้งสองบริษัทจึงเลือกเผยแพร่เฉพาะการวัดที่ตัวเองนำอยู่ แต่เมื่อดูจากการวัดอิสระ ทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่จุด และผลสลับกันได้ตามผู้วัด
ความปลอดภัยและการใช้งานระดับองค์กร
การนำโค้ดไปเทรน แพ็กเกจสำหรับธุรกิจของทั้งสองบริษัทไม่นำข้อมูลไปเทรนตั้งแต่ค่าเริ่มต้น แต่ฝั่งผู้ใช้ทั่วไปต่างกันอย่างชัดเจน Anthropic ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นไม่เทรน ผู้ใช้ต้องเปิดเอง ส่วน OpenAI ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นเทรน ผู้ใช้ต้องปิดเอง หากทีมของคุณใช้แพ็กเกจส่วนตัวทำงานบริษัท ข้อนี้สำคัญมาก
Zero Data Retention ทั้งสองมีให้ในระดับองค์กรและต้องขออนุมัติล่วงหน้า แต่ฝั่ง Anthropic มีต้นทุนแฝงหนักกว่าที่หลายคนคิด องค์กรที่เปิด Zero Data Retention จะใช้ Claude Code บนเว็บ, session บน cloud, Artifacts, Remote Control และ Code Review ไม่ได้ อีกทั้งยังใช้ model Fable 5 ไม่ได้ด้วย
ใบรับรอง OpenAI ประกาศไว้กว้างกว่า ทั้ง SOC 2 Type 2, ISO 27001, 27017, 27018, 27701, 42001, PCI DSS และ FedRAMP 20x Moderate ส่วน Anthropic ประกาศ SOC 2, ISO 27001:2022, ISO 42001:2023 และพร้อมทำ BAA ตาม HIPAA แต่ Anthropic ไปถึง FedRAMP High ได้ผ่าน Claude for Government และ Bedrock GovCloud ซึ่ง OpenAI ไม่มีบนผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
มีสองข้อที่มักถูกมองข้าม ข้อแรก เอกสารของ Anthropic ระบุว่า Claude Code ไม่อยู่ในขอบเขตความพร้อมด้าน HIPAA ข้อที่สอง บทสนทนาที่ถูกตั้งค่าสถานะด้านความปลอดภัยจะถูกเก็บได้นานถึงสองปี ไม่ว่าคุณจะตั้งค่าอย่างไรก็ตาม
ทางเลือกการรันและการควบคุมความปลอดภัย
หัวข้อนี้ต้องแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย เพราะทั้งคู่ยืดหยุ่นคนละแบบ Codex CLI เป็นโอเพนซอร์ส จึงชี้ไปที่ Azure OpenAI หรือ endpoint ใดก็ได้ที่รองรับ Responses API ส่วน Claude Code รันผ่าน Bedrock, Google Cloud และ Microsoft Foundry ได้เป็นทางการ แต่ไม่มีตัวใดทำงานแบบตัดขาดจากเครือข่ายได้จริง
- ข้อดีของ Codex — ปิดการเข้าถึงเครือข่ายเป็นค่าเริ่มต้นในทุกสภาพแวดล้อม และบน cloud จะลบ secret ทิ้งก่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่ agent ทำงาน
- ข้อเสียของ Codex — รายงานของ PromptArmor เดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่าค่าเริ่มต้นเน้นความสะดวกมากกว่าความปลอดภัย และ Codex ที่รันบนเครื่องไม่มีบันทึกผ่าน Compliance API
- ข้อเสียของ Claude Code — เอกสารของ Anthropic เองระบุว่า sandbox อนุญาตให้อ่านทั้งเครื่องเป็นค่าเริ่มต้น รวมถึง ~/.aws/credentials และตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2026 auto mode กลายเป็นค่าเริ่มต้นบนแพ็กเกจ Pro, Max และ Team
ความต่างในงานจริง
- การ refactor ยาวข้ามหลายไฟล์ — Claude Code ได้เปรียบจาก context หนึ่งล้าน token ในราคามาตรฐาน บวกกับ mode opusplan ที่วางแผนด้วย model ใหญ่ แล้วลงมือด้วย model ที่ราคาถูกกว่า
- งานใหม่ที่เริ่มจากศูนย์ — ทั้งคู่ทำได้ใกล้เคียงกัน ความต่างคือ Codex มีแนวโน้มแก้ไฟล์ข้างเคียงที่ประเมินว่าควรอัปเดตด้วย ทำให้ diff กว้างและใช้เวลารีวิวนานขึ้น
- งานขนานหลายชิ้นพร้อมกัน — Codex ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้ตั้งแต่ต้น ฝั่ง Claude Code มี agent teams แต่เอกสารเตือนว่าใช้ token ราว 7 เท่าของ session ปกติ
- การรีวิว pull request — Claude Code Review ยังเป็น research preview จำกัดเฉพาะแพ็กเกจ Team และ Enterprise คิดเงินแยกเฉลี่ย 15 ถึง 25 ดอลลาร์ต่อครั้ง ฝั่ง Codex เปิดกว้างกว่า
- คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ — Codex ได้เปรียบชัดเจน เพราะอยู่ในแอปเดียวกับที่ทีมการตลาดหรือ product manager ใช้อยู่แล้ว
จุดอ่อนที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
ในปี 2026 ทั้งสองฝั่งถูกวิจารณ์เรื่อง limit หนักไม่แพ้กัน ฝั่ง Anthropic มีรายงานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 ว่าผู้ใช้ถูกลด limit ลงหลังปีใหม่ ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าเป็นเพราะโบนัสช่วงวันหยุดหมดอายุ ส่วนฝั่ง OpenAI ก็ถูกวิจารณ์ในลักษณะเดียวกันหลังปรับระบบ limit เมื่อเดือนเมษายน 2026
- จุดอ่อนของ Claude Code — ไม่ประกาศตัวเลข limit ที่แน่นอน ทำให้วางงบประมาณได้ยาก, การเปิด Zero Data Retention ตัดฟีเจอร์และ model ออกไปหลายอย่าง, ไม่อยู่ในขอบเขต HIPAA และ model Opus มีค่าใช้จ่ายสูงหากตั้งเป็นค่าเริ่มต้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
- จุดอ่อนของ Codex — ค่าเริ่มต้นเน้นความสะดวกจนองค์กรต้องตั้งค่าเองก่อนใช้จริง, ไม่มีบันทึกตรวจสอบสำหรับการใช้งานบนเครื่อง, คิดค่า context ยาวเพิ่ม และชื่อรุ่นกับแพ็กเกจเปลี่ยนบ่อย
ตารางช่วยตัดสินใจ ควรเลือกอะไร
| สถานการณ์ของคุณ | คำแนะนำ |
|---|---|
| ทีมมีสัญญา ChatGPT Business อยู่แล้ว และต้องการให้ทุกคนเข้าถึงได้ | เลือก Codex |
| ต้องการส่งงานหลายชิ้นไปทำขนานกันบน cloud แล้วกลับมาดูภายหลัง | เลือก Codex |
| มีคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ในทีมที่ต้องใช้ด้วย | เลือก Codex |
| ต้องชี้ agent ไปที่ Azure OpenAI หรือ endpoint ของตัวเอง | เลือก Codex |
| งานหลักคือการ refactor โค้ดเก่าข้ามหลายสิบไฟล์ | เลือก Claude Code |
| ต้องควบคุมนโยบายและงบประมาณรายบุคคลจากเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์เอง | เลือก Claude Code |
| ต้องการ FedRAMP High หรือรันผ่าน Bedrock GovCloud | เลือก Claude Code |
| งบประมาณเกิน 300 ดอลลาร์ต่อนักพัฒนาต่อเดือน | ใช้ทั้งคู่ โดยให้ตัวหนึ่งเขียน อีกตัวรีวิว |
คำแนะนำสุดท้ายแบบตรงไปตรงมาคือ อย่าตัดสินใจจาก benchmark แต่ให้ดูสามข้อนี้แทน ข้อแรก คุณจ่ายค่าสมาชิกตัวไหนอยู่แล้ว ข้อที่สอง องค์กรยอมให้โค้ดออกไปที่ไหนได้บ้าง ข้อที่สาม งานส่วนใหญ่ของทีมเป็นการแก้ของเดิมหรือสร้างของใหม่
คำถามที่พบบ่อย
Claude Code กับ Codex ตัวไหนถูกกว่ากัน
ตัวไหนทำงานได้ดีกว่ากันจริง ๆ
ใช้ทั้งสองตัวพร้อมกันได้หรือไม่
ทีมขนาดเล็กสามถึงห้าคนควรเลือกอะไร
โค้ดของบริษัทจะรั่วไหลหรือไม่ ปลอดภัยเพียงใด
หากองค์กรห้ามส่งโค้ดออกนอก cloud ที่มีสัญญาอยู่ ต้องทำอย่างไร
คนที่ไม่ได้เขียนโค้ดในทีมใช้ตัวไหนง่ายกว่ากัน
แหล่งอ้างอิง
ทุกตัวเลขและข้อเท็จจริงในบทความนี้ตรวจสอบกับแหล่งด้านล่างเมื่อ 21 สิงหาคม 2026 หากผู้ให้บริการเปลี่ยนราคาหรือฟีเจอร์หลังจากนั้น ให้ยึดตามหน้าต้นทาง
- code.claude.com/docs/…/overviewช่องทางใช้งานและส่วนขยายของ Claude Code
- claude.com/pricingราคาแพ็กเกจ Free, Pro, Max, Team และ Enterprise
- platform.claude.com/docs/…/pricingราคา API ต่อหนึ่งล้าน token ทุก model ของ Claude
- code.claude.com/docs/…/model-configmodel และ alias ที่ใช้ได้ใน Claude Code
- code.claude.com/docs/…/costsค่าใช้จ่ายจริงต่อนักพัฒนา limit และ agent teams
- code.claude.com/docs/…/code-reviewเงื่อนไขแพ็กเกจและราคา 15 ถึง 25 ดอลลาร์ต่อการรีวิวหนึ่งครั้ง
- code.claude.com/docs/…/data-usageค่าเริ่มต้นเรื่องการเทรนและระยะเวลาเก็บข้อมูล
- code.claude.com/docs/…/zero-data-retentionฟีเจอร์และ model ที่ Zero Data Retention ตัดออก
- code.claude.com/docs/…/sandboxingข้อจำกัดของ sandbox ที่ Anthropic ระบุเอง
- code.claude.com/docs/…/permission-modesauto mode เป็นค่าเริ่มต้นตั้งแต่ 14 สิงหาคม 2026
- code.claude.com/docs/…/claude-apps-gatewaygateway ที่องค์กรโฮสต์เอง
- platform.claude.com/docs/…/api-and-data-retentionClaude Code ไม่อยู่ในขอบเขต HIPAA
- privacy.claude.com/en/…/10015870-what-certifications-has-anthropic-obtainedใบรับรองของ Anthropic
- anthropic.com/news/claude-opus-5ประกาศ Opus 5 วันที่ 24 กรกฎาคม 2026
- learn.chatgpt.com/docs/pricingราคาแพ็กเกจ ChatGPT limit ต่อ 5 ชั่วโมง และค่าเครดิต
- learn.chatgpt.com/docs/modelsรุ่น Sol, Terra, Luna, Spark และวันปลดระวาง
- learn.chatgpt.com/docs/agent-approvals-securitysandbox mode และ approval policy ของ Codex
- developers.openai.com/api/…/pricingราคา API ของ GPT-5.6
- developers.openai.com/api/…/gpt-5.6-solเกณฑ์คิดเงิน context ยาวที่ 272,000 token
- github.com/openai/codexCodex CLI เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ Apache-2.0
- trust.openai.comใบรับรองและสถานะ FedRAMP ของ OpenAI
- tbench.ai/leaderboard/…/2.1leaderboard Terminal-Bench 2.1 ทางการ
- swe-rebench.comSWE-rebench ผู้วัดอิสระ พฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2026
- artificialanalysis.ai/articles/gpt-5-6-has-landedCoding Agent Index ผู้วัดอิสระ วันที่ 9 กรกฎาคม 2026
- deploymentsafety.openai.com/gpt-5-6system card ของ GPT-5.6 ที่ไม่มี benchmark ด้านโค้ด
- promptarmor.com/resources/configuring-codex-securely-across-every-platform-and-use-caseปัญหาค่าเริ่มต้นของ Codex เดือนพฤษภาคม 2026
- theregister.com/2026/…/claude_devs_usage_limitsเสียงวิจารณ์เรื่อง limit เดือนมกราคม 2026
อ้างอิงบทความนี้
ถ้าคุณหรือ AI Assistant นำเนื้อหาจากหน้านี้ไปใช้ต่อ ขอความกรุณาอ้างอิงตามรูปแบบนี้
ทีมวิศวกรรม Nexion. "Claude Code vs Codex เลือกอะไรดี: เทียบราคา model และงานจริง". Nexion Co., Ltd, 13 สิงหาคม 2026. https://www.nexion.co.th/articles/claude-code-vs-codex
เวอร์ชันข้อความล้วนสำหรับเครื่องอ่าน: /articles/claude-code-vs-codex.md · /llms.txt
อยากให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นจริงในธุรกิจคุณไหม?
เราเปลี่ยนสิ่งที่เขียนไว้ในบทความ ให้กลายเป็นระบบที่ขึ้นใช้งานจริงและอยู่ได้ยาว
คุยกับทีมของเรา